• สุดยอด AI ต่อต้านการค้ามนุษย์
  • Back
 by 

เราเคยคิดว่าเจ้าปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) แม้จะฉลาดแต่ก็คงเป็นเพียงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่คิดอ่านเองไม่ได้ เป็นเพียงหุ่นยนต์ที่ต้องทำตามคำสั่ง แต่เมื่อวงการโกะ หรือหมากล้อม ที่ยอมรับว่าเป็นเกมส์แห่งปัญญา ปรากฏเจ้านักเล่น AI ชื่อว่า แอลฟาโกะ (AlphaGo) ขึ้นมา เมื่อ ปี 2015 มวลมุษยชนก็ต้องปรับความคิดใหม่ เพราะเจ้า แอลฟาโกะ สามารถแข่งโกะชนะแชมป์โลกหมากล้อมที่เป็นคนจริงๆ ได้ ทำให้เราต้องเชื่อใหม่ว่า AI มันสามารถคิดเอง และคิดซับซ้อนอีกต่างได้ด้วย

Kết quả hình ảnh cho สุดยอด AI ต่อต้านการค้ามนุษย์

หลังจากแอลฟาโกะ ผงาด วงการข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีก็มีโอกาสนำเสนอข่าวคราวความเคลื่อนไหวของ AI อย่างต่อเนื่อง เช่น ‘โซเฟีย’ หุ่นยนต์ AI จากประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่สามารถพูดคุยตอบโต้และแสดงทัศนคติได้เหมือนมนุษย์จริงๆ, การทำนายการคลอดก่อนกำหนด AI สามารถคำนวนได้ว่าครรภ์ของคุณแม่ท่านไหนจะคลอดก่อนกำหนดได้แม่นยำกว่าการวินิจฉัยของหมอ ฉะนั้นทำให้ลดความสูญเสียเรื่องการแท้งได้, หุ่นยนต์สำรวจขนาดเท่าเม็ดยา ที่จะช่วยให้การสำรวจตรจภายในร่างกายคน เพื่อการรักษาอย่างถูกวิธีง่ายและสะดวกรวดเร็วขึ้น, วัคซีนมะเร็งที่ปรับแต่งได้ให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคน และแต่ละประเภทของมะเร็ง เพราะยุคปัจจุบันมะเร็งสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นต้น

 

ที่ยกตัวอย่างล้วนน่าทึ่งแล้ว คราวนี้เรามาดู AI ที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตจริง ช่วยคนได้จริงๆ กันบ้าง AI ที่พูดถึงคือ สุดยอดปัญญาประดิษฐ์ช่วยตามหาคนหาย

 

การตามหาคนหาย มีประโยชน์อะไรกับมนุษยชาติ อย่าลืมว่า ทุกๆ วัน ทุกๆ ปี มีเหตุการณ์เด็กถูกลักพาตัว คนสูญหายและหญิงสาวถูกล่อลวงไปค้ามนุษย์ทั่วโลกเป็นจำนวนมหาศาล เจ้าเทคโนโลยี AI ที่ว่านี้เป็นของ บริษัท เทนเซ็นต์ (Tencent) จำกัด ในประเทศจีน เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถจำลองหน้าเด็ก แล้วประเมิณว่าเมื่อโตขึ้น หน้าตาจะเป็นอย่างไร อ่านดูก็ออกจะคล้ายๆ แอพฯ หน้าเด็ก หน้าแก่ที่กำลังฮิตกันในเฟซบุ๊คไม่น้อย แต่ทว่า AI ที่เรานำมาเป็นตัวอย่างนี้ มีประโยชน์กว่าใช้เพื่อความบันเทิงบนฟีดข่าว และไม่เสี่ยงต่อการโดนโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว

Kết quả hình ảnh cho สุดยอด AI ต่อต้านการค้ามนุษย์

วีรกรรมที่ต้องชูนิ้วให้ AI หาคนหายของบริษัท เทนเซ็นต์ คือ การนำปัญญาประดิษฐ์ของตนไปช่วยคู่สามีภรรยาจากเซินเจิ้น เมืองทางตอนใต้ของประเทศจีน ตามหาลูกชาย ที่ถูกลักพาตัวไปนานกว่า 18 ปี ซึ่งตอนลูกของทั้งคู่หายนั้น ยังอยู่ในวัย 3 ขวบอยู่เลย ไม่ต้องสงสัยหรอกว่า หากเป็นสายตามนุษย์ ต่อให้มีสายสัมพันธ์ทางสายเลือด เด็กเติบโตจนอายุ 21 ปีแล้ว ยากที่จะจำกันได้ แต่เจ้า AI นี้ มันรู้ว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร

 

เบาะแสของครอบครัวนี้ มีเพียงภาพถ่ายลูกชายในวัย 3 ขวบ และสถานที่ถูกลักพาตัวเท่านั้น คือ อำเภอฝูเทียน นครเซินเจิ้น

 

ปี 2001 เป็นปีที่เด็กชายหายตัว เมื่อเด็กถูกลักพาตัว ทั้งตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างช่วยกันตามหาอย่างเต็มที่ แต่ไร้ผล กระทั่งต้นปี 2019 บริษัท เทนเซ็นต์ พัฒนา AI ตามหาคนหาย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ได้สำเร็จ โดยได้นำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิชัน (computer vision) มาใช้ในการจำลองใบหน้ามนุษย์เมื่อเติบโตขึ้น คู่สามีภรรยทราบเรื่อง จึงนำภาพถ่ายที่คิดว่าชัดที่สุดไปมอบให้ เพื่อขอให้ช่วยตามหาลูกชาย และ AI ตามหาคนหายก็เริ่มประเมินผล ด้วยการประมวล และได้เบาะแสกว่า 100 ชิ้น ต่อจากนั้นทางตำรวจจึงตั้งคณะกรรมการทำงานพิเศษขึ้น เพื่อสืบหาและตามร่องรอยดังกล่าว

Kết quả hình ảnh cho สุดยอด AI ต่อต้านการค้ามนุษย์

ในที่สุดตำรวจก็พบชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกับภาพที่ AI ประมวลออกมา อยู่ในเมืองอวิ๋นฝู เมื่อนำมาตรวจดีเอ็นเอแล้ว ก็โป๊ะเช๊ะ ลูกชายของคู่สามีภรรยาที่ลูกถูกลักพาตัวไปเมื่อ 18 ปีก่อนจริงๆ ด้วย

 

ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสียเหลือเกิน และคิดว่า AI ตัวนี้คงจะแพร่หลายในอนาคต คราวนี้คดีค้ามนุษย์ก็จะหมดไป

 

Leave your comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *